ค่าสิทธิ์แรกเข้าไม่ใช่ราคาของชื่อแบรนด์อย่างเดียว แต่ควรสะท้อนต้นทุนอบรม การส่งมอบคู่มือ การช่วยหาทำเล และการสนับสนุนช่วงเปิดสาขา หากคำนวณจากงบโฆษณาอย่างเดียว ผู้รับสิทธิ์จะรู้สึกว่าจ่ายไปแล้วไม่ได้ความช่วยเหลือจริง
ค่าต่อเนื่องรายเดือนหรือร้อยละจากยอดขายต้องสอดคล้องกับบริการที่แบรนด์ยังให้หลังเปิดสาขา เช่น การตรวจมาตรฐาน การจัดหาวัตถุดิบ หรือแคมเปญกลาง หากเก็บค่าต่อเนื่องแต่ไม่มีการติดตามสาขา ผู้รับสิทธิ์จะต่อต้านการจ่ายในระยะยาว
หลายแบรนด์รวมค่าอบรมเข้ากับค่าแรกเข้าโดยไม่ระบุชั่วโมงอบรมและจำนวนผู้เข้าอบรม ทำให้เกิดข้อพิพาทเมื่อผู้รับสิทธิ์เปลี่ยนพนักงาน ควรแยกค่าอบรมเพิ่มและระบุเงื่อนไขชัดในสัญญา
การทดลองตั้งค่าสิทธิ์กับผู้สมัครจริงสามถึงห้าคนก่อนเปิดรับทั่วไปช่วยให้เห็นว่าตัวเลขสูงหรือต่ำเกินไป โดยไม่ต้องเปลี่ยนสัญญาบ่อยหลังประกาศแล้ว